พา แฟนบอลเชลซี ไปดู ผลงาน เชลซี พฤศจิกายน 2022 กันซักหน่อย ก่อนที่ทีมจะพักเบรก เพื่อหลีกให้กับฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่กาตาร์ ซึ่งกำลังจะเริ่มต้นขึ้น ในช่วงปลายเดือนนี้ ว่าทีมรักของพวกเขา ทำผลงานเป็นอย่างไรกันบ้าง ในเดือนที่ผ่านมา
ผลงาน เชลซี พฤศจิกายน 2022
พวกเขาประเดิมเกม ในเดือนพฤศจิกายน กันในคืนวันที่ 2 พฤศจิกายน โดยต้องลงเล่น ในรายการถ้วยยุโรปอย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2022-23 รอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งจะต้องเจอกับ ดินาโม ซาเกร็บ แม้ก่อนเกมนี้ พวกเขาจะการันตี การเข้ารอบด้วยการเป็นแชมป์กลุ่ม แน่นอนแล้ว
แต่ผู้เล่นที่ลงเล่น ส่วนใหญ่ก็เป็นตัวหลักของทีม โดยพักผู้เฒ่าอย่าง ติอาโก้ ซิลวา ที่ต้องรักษาเนื้อ รักษาตัวกันซักหน่อย แต่เริ่มเกมมาได้ไม่นาน ทีมเยือนก็ออกนำจาก บรูโน่ เพ็ตโควิช คล้ายกับเกมแรก ที่พวกเขาบุกไปแพ้มาที่โครเอเชีย
แต่หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ตีเสมอได้สำเร็จ จากประตูของ ราฮีม สเตอร์ลิง ก่อนที่อีกไม่นาน เดนนิส ซากาเรีย ที่ได้โอกาส ลงเล่นเป็นเกมแรก จะมาประเดิมประตูแรก ในสีเสื้อของ เชลซี พาทีมกลับขึ้นนำ
และท้ายที่สุด พวกเขาก็สามารถปิดเกม ด้วยการเอาชนะไปได้ 2-1 เก็บเพิ่มเป็น 13 คะแนน จาก 6 นัด เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ในฐานะแชมป์ของกลุ่ม E ก่อนที่ในท้ายที่สุด พวกเขาจะจับไปเจอกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ รองแชมป์กลุ่ม G
ก่อนที่เกมนัดถัด จะกลับมาลงเล่นในฟุตบอลลีก โดยต้องทำศึกหนัก ในการเปิดบ้าน ต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ที่กำลังฟอร์มแรง นำโด่งเป็นจ่าฝูง ในขณะนี้ ซึ่งพวกเขาปรับผู้เล่นในแนวรับ หลายตำแหน่ง ส่วนแนวรุกแทบจะเป็นชุดเดิม จากเกมที่ผ่านมา
ซึ่งเกมนี้บอกกันตรงๆ ว่าพวกเขา เล่นได้เป็นรองคู่แข่งพอสมควร เพราะส่วนใหญ่แล้วทาง ปืนใหญ่ ได้โอกาสเป็นฝ่ายครองบอลเข้าใส่ จนผู้เล่นของทาง สิงโตน้ำเงินคราม ได้แต่ตั้งหน้าตั้งหน้าเล่นเกมรับ จนแทบจะไม่มีโอกาส ทำประตูได้เลย
อย่างไรก็ตาม เกมรับของพวกเขาเอง ก็เล่นกันได้อย่างดี ทำให้โอกาสจบสกอร์ของทาง อาร์เซน่อล นั้นมีไม่มากนัก แต่สุดท้ายพวกเขาก็มาเสียประตู จากจังหวะเตะมุม แล้วเคลียกันไม่โดน บอลเลยมาถึง กาเบรียล มากัลเญส ที่ยืนอยู่หน้าโกล แทบอินเข้าไปง่ายๆ
และประตูดังกล่าว ยังเป็นประตูชัยให้ทาง อาร์เซน่อล บุกมาชนะ เชลซี ถึง สแตมฟอร์ด บริดจ์ 1-0 และทำให้ทาง เชลซี ไม่ชนะใครในลีกมา 4 เกมติดต่อกัน แต้มหยุดอยู่ที่ 21 คะแนน อีกหนึ่งสัปดาห์
หลังจากนั้น ในช่วงกลางสัปดาห์ พวกเขามีคิวลงเล่น ในเกมบิ๊กแมตช์อีกครั้ง โดยต้องบุกไปเยือน ของแข็งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฟุตบอลถ้วย คาราบาว คัพ รอบที่สาม ซึ่งแน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้ว ในรายการนี้จะให้โอกาส ผู้เล่นสำรอง รวมถึงดาวรุ่ง ได้โอกาสลงสัมผัสเกม
ในเกมนี้ต้องบอกว่า ทั้งคู่สู้กันได้อย่างสนุกสูสี แม้ผู้เล่นหลายราย จะเป็นตัวรองๆ ของทีมก็ตาม แต่ในครึ่งแรก ทั้งสองทีมก็ยังไม่สามารถ ที่จะทำประตูกันได้ จึงเสมอกันอยู่ 0-0 ก่อนที่ในครึ่งหลัง เจ้าบ้านจะมาได้ประตูขึ้นนำ จาก ริยาด มาห์เรซ
เท่านั้นยังไม่พอ อีกไม่กี่นาทีถัดมา เรือใบสีฟ้า ยังมาได้ประตูที่สองจาก ฮูเลียน อัลวาเรซ พาทีมหนีห่างเป็นสองประตู ซึ่งสุดท้ายแล้วทาง เชลซี ก็ไม่สามารถที่จะ ยิงประตูคืนมาได้ซักลูก เลยแพ้ไปตามระเบียบ 0-2 จบเส้นทางในรายการนี้ แบบรวดเร็ว
และนัดสุดท้ายในเดือนพฤศจิกายน ก่อนที่จะพักเบรก เพื่อหลีกให้กับฟุตบอลโลก พวกเขากลับมาลงเล่น เกมลีกในช่วงสุดสัปดาห์ โดยต้องบุกไปเยือน นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่กำลังฟอร์มร้อนแรง ชนะรวดในลีกมา 5 นัดติดต่อกัน
ซึ่งการจัดทัพของ แกรห์ม พอตเตอร์ ในเกมนี้ค่อนข้างแปลก มีนักเตะหลายราย ที่ได้โอกาสออกสตาร์ท แม้ดูแล้วว่า อาจจะมีผู้เล่นหลายคน เหมาะสมลงสนามมากกว่า และตั้งแต่เริ่มเกม ก็ดูเล่นได้ทุลักทุกเลพอสมควร
เพราะต้องบอกว่าทาง นิวคาสเซิล ในเวลานี้ ค่อนข้างติดลมบน แนวรับก็เล่นกันได้ดี กองกลางก็เล่นกันหนักแน่น แนวรุกอย่าง มิเกล อัลมิร่อน ก็กำลังฟอร์มขึ้นหม้อ จนทำได้ดีกว่าทาง เชลซี ค่อนข้างชัดเจน
จนกระทั่งในช่วงครึ่งหลัง ทาง สาลิกาดง มาได้ประตูชัย จากการลุยของ อัลมิร่อน จนบอลไปเข้าทาง โจ วิลล็อค ที่วิ่งเข้ามายิงตัดหน้าแบบไม่ต้องจับ บอลเข้าประตูไปแบบที่ เมนดี้ หมดสิทธิ์ที่จะเซฟได้จริงๆ และประตูดังกล่าว ยังเป็นประตูชัยให้ทาง นิวคาสเซิล เปิดบ้านเอาชนะ เชลซี ไปได้ 1-0
ส่งผลให้ผลงานของทัพ เชลซี ในเดือนพฤศจิกายน ลงเล่นไป 4 นัด ชนะได้เพียงนัดแรก ในศึก ยูซีแอล ก่อนที่จะมาแพ้รวด 3 นัด ในฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และถ้วยคาราบาว คัพ ส่งท้ายก่อนปิดเบรก ไปเล่นฟุตบอลโลก